|
1. |
ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบในโรงกลั่นน้ำมัน
ซึ่งจะได้ก๊าซโปรเปนและบิวเทนประมาณ 1-2% แต่ก่อนที่จะ |
|
|
นำน้ำมันดิบเข้ากลั่น ต้องแยกน้ำและเกลือแร่ที่ปนอยู่ออกเสียก่อน
หลักจากนั้นนำน้ำมันดิบมาให้ความร้อนจนมี |
|
|
อุณหภูมิประมาณ 340-400 OC จากนั้นจะถูกส่งเข้าสู่หอกลั่น
ซึ่งภายในประกอบด้วยถาด (tray) เป็นชั้น ๆ หลาย |
|
|
สิบชั้น ไอร้อนที่ลอยขึ้นไป เมื่อเย็นตัวลงจะกลั่นตัวเป็น
ของเหลวบนถาดตามชั้นต่าง ๆ และจะอยู่ชั้นใดขึ้นอยู่กับ |
|
|
ช่วงจุดเดือนต่ำจะลอยขึ้นสู่เบื้องบนของหอกลั่นคือไฮโดรคาร์บอนที่มีสถานะเป็นก๊าซ
(LPG รวมอยู่ในส่วนนี้ด้วย)
|
|
|
ส่วนไฮโดรคาร์บอนที่มีจุดเดือนปานกลางและสูงก็จะแยกตัวออกมาทางตอนกลางและตอนล่างของหอกลั่น
ซึ่งได้ |
|
|
แก่แนพทา (naphtha) น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล และน้ำมันเตา ตามลำดับ |
|
|
|
|
ไฮโดรคาร์บอนที่มีสถานะเป็นก๊าซที่ออกจากด้านบนของหอกลั่นรวมเรียกว่า
“ก๊าซปิโตรเลียม” ซึ่งประกอบด้วย |
|
|
ส่วนผสมของ ก๊าซไฮโดรคาร์บอนที่มีคาร์บอน
1 อะตอม ถึง 4 อะตอมและมีก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S)
|
|
|
คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไนโตรเจน (N2)
ไฮโดรเจน (H2) และอื่น ๆ ปนอยู่ จำเป็นต้องกำจัดหรือแยกออก |
|
|
โดยนำก๊าซปิโตรเลียมผ่านเข้าหน่วยแยกก๊าซแอลพีจี
(gas recovery unit) เพื่อแยกเอาโปรเปนและบิวแทน
|
|
|
(หรือแอลพีจี) ออกมา จากนั้นแอลพีจีจะถูกส่งเข้าหน่วยฟอก
ซึ่งใช้โซดาไฟ (caustic soda) เพื่อแยกเอากรด
|
|
|
(acid gas) เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S)
คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ออก หลังจากนั้นแอลพีจีจะถูกส่งไปเก็บ |
|
|
ในถังเก็บและมีสภาพเป็นของเหลวภายใต้ความดัน |
|
|
|
|
2. |
ได้จากกระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะมีก๊าซโปรเปนและบิวเทนในก๊าซธรรมชาติประมาณ
6-10% ก๊าซ |
|
|
ธรรมชาติ ที่นำขึ้นมาจะส่งเข้าสู่โรงแยกก๊าซ
(gas separation plant) เพื่อทำการแยกเอาสารไฮโดรคาร์บอนที่มี |
|
|
อยู่ในก๊าซธรรมชาติ ออกเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง
ๆ คือ มีเทน (methane) อีเทน (ethane) โปรเปน (propane)
|
|
|
บิวเทน (butane) แอลพีจี (liquefied
petroleum gas) และก๊าซโซลีนธรรมชาติ (natural gasoline , NGL)
|
|
|
กระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติ เริ่มต้นด้วยการกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) และน้ำที่เจือปน อยู่ในก๊าซ |
|
|
ธรรมชาติออกก่อน โดยกระบวนการ Benfield
ซึ่งใช้โปตัสเซียมคาร์บอเนต (K2CO3) เป็นตัวจับก๊าซคาร์บอน |
|
|
ไดออกไซด์ และกระบวนการดูดซับ (absorption
process) โดยใช้สารจำพวก molecular sieve ซึ่งมีลักษณะ |
|
|
เป็นรูพรุน ทำหน้าที่ดูดซับน้ำ ก๊าซธรรมชาติที่แห้งจากหน่วยนี้จะผ่านเข้าไปใน
turbo-expander เพื่อลดอุณหภูมิ |
|
|
จาก 250OK เป็น 170OK และลดความดันลงจาก
43 บาร์ เป็น 16 บาร์ก่อนแล้วจึงเข้าสู่หอแยกมีเทน (de- |
|
|
methanizer) มีเทนจะถูกกลั่นแยกออกไป
และส่วนที่เหลือคือส่วนผสมของ ก๊าซไฮโดรคาร์บอนที่มีคาร์บอน |
|
|
ตั้งแต่ 2 อะตอมขึ้นไป (ethane plus
stream) ซึ่งอยู่ในสถานะของเหลวและจะออกทางส่วนล่างของหอ
|
|
|
ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวหอดังกล่าวจะถูกนำเข้าสู่หอแยกอีเทน
(de-ethanizer) และหอแยกโปรเปน (de- |
|
|
propanizer) เพื่อแยกอีเทนและโปรเปนออกตามลำดับต่อไป
ในหอแยกโปรเปนนี้ โปรเปนจะถูกแยกออกทาง |
|
|
ด้านบนของหอ ส่วนแอพีจี ซึ่งเป็นส่วนผสมของโปรเปนและบิวเทนจะถูกแยกออกมาจากส่วนกลางของหอ
และ |
|
|
ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ออกจากหอทางด้านล่างคือ
ก๊าซโซลีนธรรมชาติ (natural gasoline) |
|
|
 |
 |
|
|
|
ณ. ปัจจุบันราคาของเชื้อเพลิงขยับตัวขึ้นสูงขึ้นโดยเฉพาะน้ำมันเเก๊สโซลีน
ไม่ว่าจะเป็น 91 หรือ 95 ทุกคนก็ทราบ |
|
อยู่เเล้วว่าเเนวทางเป็นอย่างไร ดังนั้น
ทำให้การใช้พลังงานทดเเทน ในการขับเคลื่อนของรถยนต์ (พูดถึงรถยนต์นะ |
|
ครับ) จึงมีการนำเเหล่งพลังงานในหลายๆอย่าง
เข้ามาใช้ในรถยนต์ อาทิเช่น เเก๊สโซฮอล์ เครื่องยนต์ไฮบริช พลังงาน |
|
เเสงอาทิตย์ หรือเเม้แต่ NGV เเต่ทางเลือกหนึ่งนั้น
GAS LPG ก็คือ พลังงานหนึ่ง ที่นำมาใช้กับรถยนต์ซึ่งมีมานาน |
|
เเล้ว ด้วยเหตุนี้ผมกล่าวถึงการทำงานของเครื่องยนต์ที่ใช้เเก๊ส
LPG รถยนต์บนท้องถนนโดยทั้วไป ขณะนี้จะเป็น |
|
เครื่องยนต์ที่ใช้หัวฉีดน้ำมันในการจ่ายเชื้อเพลิง
ซึ่งจะประกอบไปด้วยระบบการควบคุมโดย ECU เเละเซ็นเซอร์อีก |
|
หลายตัว (ผมคงไม่ต้องกล่าวถึงว่ามีอะไรบ้าง)
เพื่อก่อเกิดความเเม่นยำในการทำงานเเต่ละสภาวะ ในระบบ GAS LPG
|
|
เเยกออกมาหลายระดับด้วยกัน ก๊าซที่มีใช้กันอยู่ในโลกมีทั้งที่เป็น
LPG (ก๊าซหุงต้ม) NGV (ก๊าซธรรมชาติ) ก๊าซ 2
|
|
ตัวนี้จะต่างกันที่ LPG เป็นของเหลวแรงดันในถังเก็บจะอยู่ราวๆ
7 – 8 bar ส่วน NGV เป็นก๊าซอัดไอแรงดันที่ถูกเก็บ |
|
ในถังจะสูงราวๆ 200 – 220 bar แต่เนื่องจากสถานะก๊าซที่ต่างกัน
ระบบที่ใช้กับ LPG จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลง |
|
สถานะของก๊าซให้กลายเป็นไอก่อน ดังนั้นระบบจำเป็นที่จะใช้หม้อต้มมาทำการเปลี่ยนสถานะก๊าซ
ส่วนระบบที่เป็น
|
|
NGV บางคนอาจสงสัยว่าทำไมยังต้องมีหม้อต้มอยู่ทั้งๆที่ตัวมันเองก็เป็นไออยู่แล้ว
ถ้ามองตามหลักมันก็ใช่ แต่เนื่อง |
|
จากการลดแรงดันจาก 200 bar ลงมาเหลือ
2 – 3 bar ก๊าซจะต้องถูกดันออกผ่านรูขนาดเล็กมากๆ จึงทำให้รูที่ว่านี้มี |
|
ความเย็นจัดและจับตัวเป็นน้ำแข็ง(เหมือนเราพ่นสีสเปรย์กระป๋องถ้าพ่นแช่ไว้นานๆกระป๋องจะเย็น)
ระบบจึงยังต้องการ |
|
น้ำไปเลี้ยงเพื่อป้องกันการแข็งตัวภายในของ
Regulator อยู่ตลอด แต่ถ้าใช้กับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่มากๆมีความต้อง |
|
การก๊าซสูงๆระบบก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงอีกต่อไป |